ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องสแกนหนังสือ เร็วที่สุดในโลก  (อ่าน 1158 ครั้ง)

ออฟไลน์ สอนคอม

  • Administrator
  • เจ้าพ่อ คอมพิวเตอร์
  • *****
  • กระทู้: 765
  • พลังน้ำใจ : 8
    • สอนคอมพิวเตอร์

เครื่องสแกนหนังสือ เร็วที่สุดในโลก

20 มีนาคม 2553 เวลา 07:04 น.

        สองปีก่อนมีการพัฒนาเครื่องสแกนหนังสือรุ่น Digitizing Line DL 3000 ที่สามารถสแกนหน้าหนังสือทั้งเล่มให้กลายป็นไฟล์ดิจิตอลได้อย่างรวดเร็วที่ ประมาณ 3,000 หน้าต่อชั่วโมง หรือคิดเป็น 50 หน้าต่อนาที โดยเจ้าเครื่องที่ว่านี้มีราคาประมาณ 250,000 เหรียญฯ (ประมาณ 8.1 ล้านบาท) นอกจากจะมีราคาแพงสูงแล้ว ขนาดของตัวเครื่องยังใหญ่เท่าๆ กับเตียงนอนคิงส์ไซส์ 4 เตียงมาต่อกันเสียอีก

        ล่าสุด มาซาโตชิ อิชิกาว่า ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาเครื่องสแกนหนังสือความเร็วสูงที่สามารถสแกนหนังสือทั้งเล่มไปเป็น ไฟล์ดิจิตอลด้วยการพลิกหน้าหนังสือที่ความเร็ว 200 หน้าต่อนาทีได้ นอกจากนี้ตัวเครื่องสแกนหนังสือของอิชิกาว่ายังมีขนาดเล็กเท่าๆ กับโต๊ะทำงานในห้องวิจัยเท่านั้น แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นก็คือ เราสามารถย่อเทคโนโลยีดังกล่าวให้เล็กลงจนสามารถฝังเข้าไปในมือถือได้อีก ด้วย

เครื่องสแกนหนังสือ เร็วที่สุดในโลก-http://www.arip.co.th/images/news/technology/1/world-fastest-book-scanner-2.jpg

เครื่องสแกนหนังสือ เร็วที่สุดในโลก-http://www.arip.co.th/images/news/technology/1/world-fastest-book-scanner-3.jpg

        ความลับของสแกนเนอร์หนังสือความเร็วสูงก็คือ เซ็นเซอร์ 1280x1024 พิกเซลที่สามารถบันทึกภาพด้วยความเร็ว 500 เฟรมต่อวินาที โดยขั้นแรกจับภาพตัวหนังสือ และไดอะแกรมต่างๆ บนหน้ากระดาษ จากนั้นจับภาพแสงเลเซอร์ที่ยิงขนานแต่ละบรรทัดในหน้าหนังสือ เพื่อให้ซอฟต์แวร์คำนวณตำแหน่ง และขนาดที่ถูกต้องของหน้าหนังสือที่เอียงอยู่ขณะสแกนด้วยเทคนิคแปลงข้อมูล ภาพแบบ 3D (เนื่องจากการสแกนเกิดขึ้นขณะที่หน้าหนังสือกำลังพลิกผ่านไปยังรวดเร็ว) ให้เป็นหน้าหนังสือที่ถูกต้องไม่ผิดเพี้ยนตามมุมทีสแกน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบการทำงานยังต้องใช้มนุษย์ช่วยในการพลิกหน้าหนังสือ ดังนั้นผลลัพธ์ทีได้จะยังไม่สมบูรณ์ 100% ทุกหน้า เนื่องจากอาจมีบางหน้าติดกันไป แต่ทำได้ขนาดนี้ก็รู้สึกทึ่งในไอเดีย และผลลัพธ์ทีได้แล้ว

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=tCOXC5PTJj8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=tCOXC5PTJj8</a>

ที่มา arip

 

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.229 วินาที กับ 18 คำสั่ง