7 มกราคม 2543 เวลา 17:27 น.
ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นไปนี้ นักเซิรฟ์เว็บทั้งหลายคงต้องระวังไวรัสที่แฝงมากับอินเทอร์เน็ตให้มาก เพราะเป็นไวรัสที่มีคุณสมบัติเด่นของความร้ายครบถ้วน คือ ฉลาด แพร่ตัวรวดเร็ว และมีพิษสงร้ายกาจ และที่สำคัญไม่กลัววัคซีนดิจิตอล
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการป้องกันไวรัสต่างๆ ให้ความเห็นว่า ในปี 2000 นี้ ไวรัสจะเป็นเรื่องที่อันตรายมาก สำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพราะนักเขียนโปรแกรมไวรัสทำให้มันมีความสามารถมากขึ้น ไวรัสเหล่านี้ ฉลาดและรู้จักเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้มันแพร่ตัวเข้าไปในเครือข่ายและไปยังคอมพิวเตอร์ทุกตัวที่ เชื่อมต่อกับเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว
Cary Nachenberg หัวหน้าศูนย์วิจัยป้องกันไวรัสของบริษัทไซแมนเทค (Symantec Corp.) กล่าวว่า "ทศวรรษหน้านี้จะเป็นทศวรรษของหนอนไวรัสอย่างแน่นอน เพราะสามารถชอนไชเข้าไปในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว” ตัวอย่างของหนอนไวรัส เช่น เมลิสซ่า (Melissa) และ เอ็กซพลอร์ซิป (ExploreZip) ไวรัสทั้งสองชนิดนี้ใช้สื่ออินเทอร์เน็ตในการแพร่ตัว โดยจะทำการส่งโค้ดที่เป็นอันตรายต่อคอมพิวเตอร์ ไปกับอินเทอร์เน็ต ทำให้การแพร่ตัวของมันรวดเร็วมาก จนอาจกล่าวได้ว่า "เร็วเท่าความคิด" เลยก็ได้ และยังมีนักเขียนไวรัสอีกมากมายพัฒนาไวรัสจากตัวเดิมให้มีพิษสงร้ายแรงกว่า เดิม ดังนั้นตอนนี้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็พบว่ามีไวรัสที่แตกแขนงออกมาจาก ไวรัสเมลิสซาและมินิซิป (หรือเอ็กซเพอร์ซิป) หลายชนิด
ซาร่าห์ กอร์ดอน นักวิจัยอาวุโสที่ศูนย์วิจัยทีเจวัตสันของไอบีเอ็ม กล่าวว่า "เพราะความสามารถในการรู้จัก เครือข่ายของไวรัสเหล่านี้ และเพราะลักษณะของเน็ตที่เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้มันขยายตัวและ ออกลูกออกหลานไปยังคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเน็ตได้อย่างง่ายดาย"
การที่ไวรัสรู้จักคุ้นเคยกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์นี้เอง เป็นสาเหตุที่ทำให้ไวรัสแพร่เร็วเกินกว่าที่บริษัทที่ เขียนโปรแกรมแก้ไวรัสจะหาทางแก้ไขได้ทัน เช่นกรณีของไวรัสเมลิสซ่า ที่แพร่ตัวไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ มากกว่า 100,000 เครื่องภายในเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนที่จะสามารถเขียนโปรแกรมแก้ไวรัสได้ทัน
ไอบีเอ็มและไซแมนเทค ได้ร่วมกันหาทางแก้ปัญหาไวรัสเหล่านี้ จนสามารถคิดค้น "วัคซีนดิจิตอล" สำเร็จ ซึ่งจะทำให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์มีระบบภูมิคุ้มกันดิจิตอล (Digital Immune System) โดยระบบนี้จะ ใช้ระบบผู้เชี่ยวชาญและซอฟต์แวร์บนเครื่องไคลเอนต์จดจำโค้ดของโปรแกรมไวรัส จากนั้นจะส่งโค้ดที่คาดว่าจะเป็นโปรแกรมไวรัสไปยังเซิร์ฟเวอร์กลางเพื่อทำ การวิเคราะห์ ซึ่งไอบีเอ็มเชื่อว่าเทคโนโลยีการป้องกันไวรัสรูปแบบใหม่นี้ จะสามารถยับยั้งและป้องกันไวรัสได้แน่นอน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเมื่อเร็วๆนี้ มีไวรัสชนิดใหม่ที่ชื่อ บาบีโลเนีย (Babylonia) ได้ชอนไชเข้าไป ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยที่ระบบภูมิคุ้มกันดิจิตอลไม่สามารถตรวจเช็คได้ว่าโค้ดที่ได้รับจากไวรัสชนิดนี้ เป็นโค้ดของโปรแกรมไวรัส ดังนั้นเราก็ยังคงต้องต้องพึ่งระบบเดิมๆ ที่ใช้มนุษย์เป็นผู้ตรวจสอบไวรัส
ในเมื่อระบบค้นหาไวรัสอัตโนมัติยังใช้งานไม่ได้ดี และมนุษย์ยังคงต้องเป็นส่วนสำคัญในการค้นหาไวรัสด้วยตัวเองแล้ว ก็คงจะกล่าวได้ว่าในปี 2000 นี้ ผู้เขียนไวรัสก็ยังคงถือไพ่เหนือกว่าอยู่ดี