14 กรกฎาคม 2543 เวลา 09:13 น.
เหล่าวัยรุ่นซึ่งเบื่อกับความเป็นอยู่ปกติ ได้เจาะเข้าไปในเส้นทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเข้าไปเขียนโปรแกรมต่อท้ายเว็บไซต์
พวกเขาเข้ามาในชื่ออาร์เท็ค, นีเมซิส, ทีม โฮโลคอส และดูดู ครูว แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยเรียกพวกเขา ว่าพวกลอบกัดบ้าง ฝูงลิงบ้าง เจ้าหนูนักเขียนบ้าง ใส่ร้ายป้ายสีพวกเขาว่าไร้ทักษะ เหมือนสถานีวิทยุเถื่อนที่ไปแอบเอาเพลง ของคนอื่นมาเปิด และกล่าวอีกว่า เจ้าหนูนักเขียนเหล่านี้สามารถส่งสารไปได้ทั่วโลก โดยใช้เครื่องมือที่ทำขึ้น ดูราวกับเจ้าหน้าที่ สำนักงานใช้สเปรดชีทและเวิร์ด โปรเซสเซอร์
วัยรุ่นที่รู้จักกันในนามของ "อาร์เท็ค" กล่าวในการแชทกับซีดีเน็ทว่า "มันเป็นหนทางเดียวที่จะหลีกไปจากเรื่องเดิมๆ ที่ผมต้องพบในชีวิตประจำวัน เพราะผมไม่ค่อยได้เจอเรื่องสนุกๆ ในชีวิต"
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ความเบื่อนำอาร์เท็คเข้าทำลายเว็บไซต์ของกรมการขนส่งไป 3 หน้า ที่ซึ่งเขาเรียกตัวเองว่า "นักเจาะทำลายที่เลวที่สุดในอเมริกา" การทำลายและการโจมตี ทำให้อาร์เท็คได้รับความโกรธแค้นจากทนายเจเน็ต รีโน และศูนย์ป้องกันโครงสร้างพื้นฐานแห่งชาติ ซึ่งได้เพิ่มเอาชื่อของเขาไว้เป็นบุคคลที่ศูนย์ต้องการตัว
นี่เป็นการวัดความกระฉ่อนของเจ้าหนูวัย 16 ปี ผู้ซึ่งจบการแชทกับซีดีเน็ทว่า "พ่อผมบอกว่า 'เดี๋ยวนี้' และผมกำลังจะต้องออกจากอินเทอร์เน็ตแล้ว" เจ้าหนูรายอื่นๆ ดูเหมือนว่าจะพยายามฉีกหน้าอาร์เท็ค ซึ่งคุยว่าเขาใช้เวลาเล่นคอมพิวเตอร์ 8 - 10 ชั่วโมงต่อวัน
นอกจากการติดหนึบคอมพิวเตอร์แล้ว อาจกล่าวได้ว่า วัยรุ่นที่ชอบทำลายเว็บไม่ได้เรียกตัวเองว่าแฮ็กเกอร์ หรือหัวกะทิทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้รับความยำเกรงว่าเป็นเอ็นไซโคลพีเดียทางด้านอินเทอร์เน็ต ในทางตรงกันข้าม อาร์เท็คเข้าไปเขียนโปรแกรมเพิ่มเข้าในเว็บ "ถ้าต้องใช้ความรู้ในการเขียนด้วยละก็ วิเศษไปเลย"
"ผมเป็นเด็กนักเขียนมากกว่าที่จะเป็นคนที่ใช้ทักษะเลวๆ รื้อเว็บไซต์" "นีเมซิส" นักเชียนน้อยอีกผู้หนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นวัยรุ่นชาวดัชท์ ก็ไม่เรียกตัวเองว่าแฮ็คเกอร์เช่นกัน นีเมซิสกล่าวกับแหล่งข่าวซีดีเน็ทว่า "เมื่อผมได้ทำลาย ผมรู้สึกเหมือนว่าผมเป็นเจ้าหนูนักเขียน เมื่อผมเจาะเข้าไปในเว็บมันไม่ได้เป็นผลงานของผมคนเดียว" เขากล่าวเพิ่มเติมว่า เขาและกลุ่มของเขา สมาคมแฮ็คกิ้งเกเร (the Deliquent Hacking Corp.- DHC) ได้เข้าไปเล่นมากกว่า 300 เว็บไซต์แล้ว
โบดัมทำได้ดีกว่านั้น อย่างเช่นที่เขาบอกว่า "โลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ทุกอย่างเหมือนกัน น่าเบื่อเหลือเชื่อจริงๆ "ผมรู้สึกว่าถ้าผมได้ทำลาย เท่ากับว่าผมได้สร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น" วัยรุ่นชาวดัทช์ ซึ่งติดอยู่กับการท่องเที่ยวไปรอบๆ เครือข่ายรักษาความปลอดภัย เมื่อเขาค้นพบว่าใครบางคนได้เข้ามาแปะม้าโทรจัน ไว้บนคอมพิวเตอร์ของเขา เขาสร้างความโดดเด่นด้วยการเข้าไปแปะกลอนของโช๊คไว้บนเว็บไซต์ของกองทัพเรือ สหรัฐ ความว่า "การหายใจคือความเข้มแข็ง เมื่อโลกหยุดหล่อเลี้ยงเรา"
เด็กๆ นักเขียนคนอื่นๆ ใช้กราฟิกสีสันสดใสเป็นประกาย อธิบายความเกี่ยวกับวิธีการซ่อมแซมระบบรักษาความปลอดภัยที่ถูกทำลายหรือไม่ ก็สารที่เขียนให้กับ 31337 เป็นภาษาอิตาลี ฝรั่งเศส สเปนและกรีกผสมกัน
ไบรอัน มาร์ติน เจ้าหน้าที่ติดตามดูแลความปลอดภัยของ Attrition.org กล่าวว่า "ไม่ว่าพวกเขาจะทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง สิ่งที่พวกเขาต้องการคือชื่อเสียง ที่จะได้มีชื่อปรากฏอยู่บนอินเทอร์เน็ต มากกว่าที่จะเรียนรู้คอมพิวเตอร์" เด็กๆ ที่ทำตัวเหมือนอาร์เท็คและนีเมซิสมีมากขึ้นทุกวันในรูปของสมาคม-กลุ่มหรือ โรงเรียนที่ไม่หวังกำไร
จากข้อมูลของ Attrition.org แสดงให้เห็นว่ามีการทำลายเว็บไซต์เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน 1999 อยู่ที่ 650 ครั้งและขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 400 ครั้งต่อเดือน มาร์ตินกล่าวว่า "แม้ว่าธุรกิจและเอฟบีไอตกใจกับตัวเลขดังกล่าว พวกเด็กๆ นักเขียนก็ไม่ได้ถูกลงโทษร้ายแรงอะไรนัก และพวกเขาก็ยังคงเป็นตัวก่อกวนได้อยู่ ขณะที่ตอนนี้ ได้มีผู้เสนอแนวคิดว่าแฮ็คเกอร์จะทำลายข้าวของเสียหายมากมาย แต่เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมเช่นนั้น
ขณะที่มาร์ตินไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องกลัวเด็กๆ พวกนี้ เด็กๆ เหล่านั้นก็เห็นเหตุผลน้อยเต็มทีที่จะต้องกลัวเอฟบีไอและการสืบสวน นีเมซิสกล่าวว่า "ผมอยู่ด้วยกฎง่ายๆ แค่สองข้อ ถ้าผมรักษากฎสองข้อนี้ไว้ได้ พวกเขาก็จะไม่สามารถทำอะไรผมได้หรอกจนกว่าผมจะโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ยังไงๆ ก็อย่ามาทำลายคอมพิวเตอร์ของผมละกัน สำหรับกฎเหล่านั้นน่ะหรือ ข้อแรก อย่าทำลายเว็บไซต์ในประเทศของตัวเองหรือให้ข้อมูลใดๆ ของตัวเองผ่านอินเทอร์เน็ต อีกทั้งอย่าทำลายเว็บใดๆ ที่เราไม่แน่ใจ และข้อที่สอง ทำตัวน่ารักไว้เสมอ จะได้ไม่มีใครเกลียด"
นีเมซิสได้พบเห็นความเปลี่ยนแปลงในหมู่เจ้าหนูนักเขียนด้วยกัน เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เขาไม่ชอบเลย "เด็กๆ หลายคนทิ้งอะไรง่ายๆ ไว้ตอนที่เข้าไปในวินโดวส์ เอ็นที และเข้าไปแก้เพียงเว็บเดียว เพียงเพื่อที่จะคุยโม้ได้เท่านั้น" ดูดู ครูวได้ทำเช่นที่นีเมซิสกล่าว เมื่อเขาเข้าไปแก้เว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจเมื่อตอนต้นเดือนที่ผ่านมา กลุ่มนี้ทิ้งไว้เพียงเว็บเพจขาวๆ หนึ่งหน้าพร้อมกับข้อความ "ดูดู ครูวในวายทูเค" นีเมซิสให้ความเห็นว่า "ถ้าใครอยากจะทำเช่นนั้น ก็ดี แต่มันไม่ได้สร้างสรรอะไรเลย"
นอกจากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในหมู่ขบวนการใต้ดินด้วยกันแล้ว วัยรุ่นชาวดัทช์ผู้นี้ยังได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในทัศนะที่มีต่อพวก เขาด้วย"ผมคิดว่า ในที่สุดแล้ว ผู้คนก็ได้แยกแยะความแตกต่างระหว่างแฮ็กเกอร์และนักทำลาย" เขากล่าวปิดท้ายว่า "ผมจะยังคงทำลายเว็บไปเรื่อยๆ ไม่ร้ายแรงกว่าที่ได้เคยทำไปแล้วหรอก แต่จะทำให้ทั่วถึง"