5 สิงหาคม 2545 เวลา 10:22 น
ในขณะที่โทรศัพท์มือถือกำลังเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่แพร่หลายที่สุดในโลก แน่นอนที่จะต้องเกิดคำถามจากผู้ใช้ตามมาอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความปลอดภัยในการใช้งาน
พูดง่ายๆ โทรศัพท์มือถือ ก็คือ อุปกรณ์วิทยุ 2 ทางนั่นเอง กล่าวคือ มันจะทำหน้าที่ทั้งรับ และส่งข้อมูลผ่านคลื่นความถี่วิทยุ หรือที่เรียกว่า “พลังงานความถี่วิทยุ”(Radio Frequency Energy) เมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้พูดเข้าไปในโทรศัพท์มือถือ เสียงของเขาจะถูกเข้ารหัสเข้าไปในคลื่นวิทยุ และส่งผ่านเสาอากาศไปยังสถานีฐานที่ใกล้ที่สุด ซึ่งคลื่นวิทยุเหล่านี้นี่เองที่เป็นข้อสงสัยของความปลอดภัยของมือถือ ความจริงคลื่นวิทยุก็เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งรังสีแกมมา, รังสีเอ็กซ์ และแสงไฟ ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าเหมือนกัน แต่มันจะต่างจากคลื่นวิทยุในส่วนของความยาวคลื่น และความถี่ รังสีแกมมา และรังสีเอ็กซ์จะมีระดับพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าสูงมาก โดยรังสีที่แผ่ออกมาสามารถทำให้เกิดการแตกตัวของอิออนได้ ซึ่งองค์การอาหารและยา(FDA)ระบุว่า พลังงานระดับนี้สามารถทำลายเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตได้ ส่วนคลื่นวิทยุ และแสงไฟที่เรามองเห็นจะมีระดับของพลังงานที่ต่ำ และยอมรับโดยทั่วกันว่า “ปลอดภัย” อย่างไรก็ตาม คลื่นวิทยุไมโครเวฟจะสามารถทำลายเนื้อเยื่อผ่านความร้อนที่เกิดขึ้นได้ ในขณะที่แสงอุลตร้าไวโอเล็ตสามารถทำให้ตาบอด หรือผิวหนังไหม้ได้เช่นกัน ข้อยกเว้นเหล่านี้นี่เองที่ทำให้เกิดความสงสัยตามมาถึงความปลอดภัยจากการใช้ โทรศัพท์มือถือ จากความตื่นตัวดังกล่าว ได้มีการตั้งข้อกำหนดของอัตราการซึมซับระดับพลังงานคลื่นความถี่วิทยุของผู้ ใช้โทรศัพท์มือถือ หรือที่เรียกว่า “SAR” (Specific Absorption Rate) โดยมีการทดสอบค่า SAR บนเนื้อเยื่อ ซึ่งหน่วยของมันคือ วัตต์ต่อกิโลกรัม ณ.ปัจจุบันมีมาตรฐานสำหรับการวัดค่า SAR อยู่ 2 มาตรฐานด้วยกัน โดยมาตรฐานแรกเป็นขององค์กรที่เรียกตัวเองว่า ICNIRP (International Commission on Non-Ionizing Radiation Protection) ได้กำหนดค่า SAR ไว้ที่ 2.0 วัตต์ต่อกิโลกรัม เป็นค่าเฉลี่ยบนเนื้อเยื่อ 10 กรัม ส่วนอีกมาตรฐานหนึ่งเป็นของ IEEE (Institute of Electrical and Electronics Engineers) ซึ่งถูกนำไปใช้ในสหรัฐฯ และในหลายประเทศ กำหนดค่า SAR ไว้ที่ 1.6 วัตต์ต่อกิโลกรัม ค่าเฉลี่ยบนเนื้อเยื่อ 1 กรัม ตัวอย่างงานวิจัยของศาสตรจารย์ชาวสวีเดน 2 คนเปิดเผยว่า คนที่ใช้อะนาล็อกโมไบล์โฟน 10 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงสูงเกินกว่า 26% ที่จะเป็นมะเร็งสมอง ซึ่งแม้จะไม่มีการะบุผลที่ชัดเจน แต่กันไว้ดีกว่าแก้นะครับ ถึงตรงนี้ หลายท่านคงต้องการทราบว่า มือถือที่ใช้อยู่มีค่า SAR เป็นเท่าไร ? เกินกว่าค่าที่กำหนด หรือไม่ ? นอกจากจะเข้าไปค้นหาในไซต์ของผู้ผลิตมือถือแล้ว คุณสามารถดาวน์โหลดข้อมูลนี้ได้ทางลิงก์ข้างล่างนี้ครับ
http://www2.carphonewarehouse.com/cms/kb/.../mobilehealthupdate.pdf http://www.cnet.com/wireless/0-5939521-7-6219334.html?tag=st.wr.5939521.bhed.5939521-7-6219334 http://www2.carphonewarehouse.com/cms/kb/mobilia/download/guides/sar_lev.pdf