11 กันยายน 2545 เวลา 09:08 น.
เหล่าครูผู้สอนไม่รู้สีกประหลาดใจนัก หากจะได้ยินว่า นักเรียนติดสินบนเพื่อน หรือญาติสนิท เพื่อให้ช่วยทำการบ้านแลกกับเงินเพียงเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้ครูเหล่านี้ถึงกับอึ้งไปกลับเป็น Google Answers บริการที่เด็กยอมจ่ายตังค์ แลกกับบริการค้นหาคำตอบของการบ้าน
ด้วยทีมงานกว่า 500 คน ร่วมกับนักวิจัยอิสระ เพียงแค่นี้ Google ก็สามารถเปิดบริการตอบคำถามให้กับบุคคลทั่วไปได้แล้ว โดยตัวอย่างคำถามก็มีได้ตั้งแต่ โจทย์คำนวณทางด้าน Calculus หรือหัวข้อวิทยานิพนธ์ต่างๆ ซึ่งทางบริการจะจัดหาคำตอบ พร้อมทั้งลิงก์เชื่อมโยงไปยังข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ Google จะเก็บค่าค้นหารายการข้อมูลที่เป็นคำตอบ 50 เซนต์ และถ้ามีคำตอบที่ถูกใจอยู่ในรายการเหล่านั้น ทางผู้ใช้จะต้องจ่ายค่าบริการให้กับนักค้นคว้าเจ้าของคำตอบด้วยการประมูลที่ ขั้นต่ำ 2 ดอลลาร์ นโยบายของ Google Answers แจ้งว่า ต้องการผลักดันให้นักเรียนใช้บริการนี้ ช่วยทำการบ้านให้มากกว่าการเป็นต้นฉบับให้ลอก แต่โดยส่วนใหญ่นักเรียนจะไม่สนใจต่อคำแนะนำนี้ อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างนักเรียนคนหนึ่งใน Quebec ที่รู้สึกหงุดหงิดกับคำตอบที่ได้ เนื่องจากมีเพียงข้อมูลพื้นฐานให้เท่านั้น แต่สิ่งที่เธอต้องการคือ ข้อมูลที่เรียบเรียงเรียบร้อยแล้ว และมีความยาวอย่างน้อย 2500 คำ ประมาณว่า ก๊อบปี้ แล้วจัดวางหน้าตาเสียใหม่ให้ดูเป็นชิ้นงานพร้อมส่งได้เลย ขณะเดียวกัน ทีมนักค้นคว้าที่คอยค้นหาคำตอบให้ก็จะมีจรรยาบรรณพอที่จะไม่จัดทำข้อมูล เหล่านั้นจนกลายเป็นชิ้นงาน หรือวิทยานิพนธ์ที่สมบูรณ์ แม้บางครั้งราคาประมูลของการหาคำตอบจะสูงถึง 55 ดอลลาร์ก็ตาม อย่างไรก็ดี มันยากอยู่เหมือนกันที่จะแยกแยะว่า คำถามที่ได้รับนั้นเป็นการบ้าน หรือไม่ ? โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งในบางกรณีนักค้นคว้ายอมรับว่า คำถามนั้นมันดูคล้ายกับเป็นการบ้านเสียเหลือเกิน แต่พวกเขาก็ยังคงหาคำตอบให้อยู่ดี ปัญหาอีกด้านหนึ่งของ Google Answers ก็คือ ประเด็นของการที่มีนักวิจัยค้นคว้าช่วยทำการบ้านให้เด็ก โดยประมูลค่าจ้างในการค้นหาคำตอบผ่านออนไลน์ ได้แพร่หลายขยายกว้างออกไป จนก่อความรำคาญใจให้กับบรรดาครูทั่วประเทศ กล่าวคือ มันทำให้เกิดความไม่ชัดเจน รวมถึงความเหมาะสมในการใช้อินเทอร์เน็ตกับการศึกษา เพราะครูผู้สอนจะทราบได้อย่างไรว่า การบ้านของลูกศิษย์ไม่ได้เกิดจากการก๊อบปี้ข้อมูลจากที่ไหนมาทั้งชิ้น โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการคิดอ่าน เรียบเรียง แม้แต่น้อยเลย ปัญหาข้างต้นนี้เกิดจากกรณีข่าวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งพาดเป็นหัวข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ด้วย เรื่องราวเกิดที่ Piper High School ใกล้ Kansas City อาจารย์วิชาชีววิทยาปรับตกเด็กนักเรียน 28 คนจาก 118 คน เนื่องจากลอกงานที่ได้รับการมอบหมาย(Assignment) ให้ทำ ซึ่งชิ้นงานที่ได้มาจากการรวบรวม และก๊อบปี้มาจากอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักเรียนที่สอบตก และผู้ปกครองได้ให้ความเห็นว่า ไม่เห็นว่ามันจะเป็่นการไม่เหมาะสมตรงไหนกับการที่ข้อมูลเหล่านั้นถูกหยิบยก มาจากอินเทอร์เน็ตโดยตรง ทางด้านนักการศึกษาได้ให้ความเห็นต่อกรณีนี้ว่า พวกเขาใช้เวลาศึกษานานมาก สำหรับวิธีจำแนกชิ้นงานที่โกงออกจากชิ้นงานที่ทำขึ้นเอง ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ เด็กๆ หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สิ่งที่พวกเขาทำมันเป็นการขโมยความคิด พวกเด็กๆ จะเข้าใจแค่ว่า ฉันทำการบ้านได้แล้ว ฉันเก่งมากที่ค้นหาพบจนได้ (จากอินเทอร์เน็ต) ในขณะที่เด็กๆ ไม่รู้ตัวว่า กำลังแหกกฎ โดยเฉพาะการคัดลอกข้อมูล(Copy & Paste) จากอินเทอร์เน็ตโดยตรง ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ใดๆ กับตัวเด็กเลย เหล่าบรรดาครูอาจารย์ต่างก็ให้ความเห็นว่า “เมื่ออินเทอร์เน็ตให้คำตอบกับเด็กได้ มันก็เอาคำตอบ (ความฉลาดของเด็ก) คืนกลับไปด้วยเช่นกัน” อย่างไรก็ดี นักการศึกษาได้ตั้งข้อสังเกตว่า ภาระใหม่ที่ตกกับครูผู้สอนก็คือ การค้นหาหลักฐาน (จากอินเทอร์เน็ต) เพื่อยืนยันว่า ชิ้นงานการบ้านที่ได้จากนักเรียนไม่ได้เป็นการลอกข้อมูลมาทั้งแท่ง และที่น่าประหลาดใจกว่านั้นก็คือ หลักฐานหลายชิ้นสามารถค้นหาได้จากใน Google