ในยุคเริ่มต้นของการผลิตซีพียูในรุ่นแรกๆ ซีพียูยังมีการทำงานที่ไม่ซับซ้อนนัก ซึ่งในตอนนั้นมีบริษัทอินเทล Intel เป็นผู้บุกเบิกเป็นรายแรกๆ โดยซีพียูที่อินเทลผลิตในตอนนั้นคือเบอร์ 8080 หรือที่อินเทลเรียกว่า “Intel 8080” ขนาด 8 บิต ที่บรรจุทรานซิสเตอร์ไว้ประมาณ 50,000 ตัว รูปร่างของไอซีจะเหมือนกับตีนตะขาบ โดยจะมีจำนวน 40 ขาเรียกว่า PID : Dual In Line Package ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น การผลิตซีพียูรุ่นต่อๆมาก็เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีแบบ VLSI : Very Large Scale Integrate แทน
พัฒนาการทางคอมพิวเตอร์ได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จากอดีตเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้หลอดสูญญากาศขนาดใหญ่ ใช้พลังงานไฟฟ้ามาก และอายุการใช้งานต่ำ เปลี่ยนมาใช้ทรานซิสเตอร์ที่ทำจากชิ้นซิลิกอนเล็กๆ ใช้พลังงานไฟฟ้าต่ำ และผลิตได้จำนวนมาก ราคาถูก ต่อมาสามารถสร้างทรานซิสเตอร์จำนวนหลายแสนตัว บรรจุบนชิ้นซิลิกอนเล็ก ๆ เป็นวงจรรวมที่เรียกว่า ไมโครชิป (microchip) และ ใช้ไมโครชิปเป็นชิ้นส่วนหลักที่ประกอบอยู่ในคอมพิวเตอร์ ทำให้ขนาดของคอมพิวเตอร์เล็กลงไมโครชิปที่มีขนาดเล็กนี้สามารถทำงานได้หลาย หน้าที่ เช่น ทำหน้าที่ช่วยหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูล ทำหน้าที่เป็นหน่วยควบคุมอุปกรณ์รับเข้าและส่งออก หรือทำหน้าที่เป็นหน่วยประมวลผลกลาง ที่เรียกว่า ไมโครโพรเซสเซอร์ ไมโครโพรเซสเซอร์ หมายถึงหน่วยงานหลักในการคิดคำนวณ การบวก ลบ คูณ หาร การเปรียบเทียบ การดำเนินการทางตรรกะ ตลอดจนการสั่งการเคลื่อนย้ายข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง หน่วยประมวลผลกลางเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ซีพียู(Central Processing Unit :CPU)
สถาปัตยกรรมซีพียูสถาปัตยกรรมแบบ CISC : Complex Instruction Set Computing
เป็น สถาปัตยกรรมการออกแบบซีพียูที่ใช้ในเครื่องพีซียูทั่วๆไป แต่เดิมแนวความคิดที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็วขึ้น จะใช้วิธีการเพิ่มขีดความสามารถของคำสั่งทำให้คำสั่งหนึ่งต้องทำ งานเพิ่มขึ้นและซับซ้อนขึ้น ด้วยวิธีนี้ทำให้สถาปัตยกรรมของตัวซีพียูต้องสนับสนุนชุดคำสั่งใหม่ๆเพิ่ม ขึ้น ประกอบกับ ไซเคิล (Cycle) การทำงานของแต่ละคำสั่งจะใช้จำนวนไซเคิลไม่เท่ากัน บางคำสั่งทำงานเสร็จภาคในไซเคิลเดียว บางคำสั่งต้องใช้หลายไซเคิล ความคิดนี้จึงกลายมาเป็นคอมพิวเตอร์ในกลุ่ม CISC และความคิดนี้ได้พัฒนาต่อเนื่องมาเป็นลำดับจนถึงปัจจุบัน ซีพียูหลายตัว เช่น 80386 80486 จนมาถึง Pentium 4 ก็ ใช้แนวความคิดนี้ สถาปัตยกรรมแบบนี้จะทำให้การออกแบบวงจรภายในซับซ้อนมาก แต่ง่ายกับโปรกแกรมเมอร์ในการเรียนรู้คำสั่ง เพราะการประมวลผลทั้งหมดจะกระทำในตัวซีพียู ซึ่งถ้าคำสั่งซับซ้อนมากๆก็จะทำให้การประมวลผลช้า
สถาปัตยกรรมแบบ RISC : Reduces Instruction Set Computing
ในราว ปี ค.ศ. 1975 กลุ่มนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ได้พัฒนาซีพียูที่มีสถาปัตยกรรมแบบ RISC : Reduces Instruction Set Computing โดยให้ซีพียูทำงานด้วยไซเคิลที่แน่นอน และลดจำนวนคำสั่งลงให้เหลือคำสั่งพื้นฐานมากที่สุด แล้วใช้หลักการทำงานแบบไปป์ไลน์ (Pipeline) จึงนับว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้ทำการแก้ปัญหาของ CISC โดยใช้การประมวลผลแบบง่ายๆ แต่หันไปพัฒนาประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ให้มีความเร็วสูงขึ้น เนื่องจากการออกแบบซีพียูไม่ซับซ้อนเหมือนอย่าง CISC จึงง่ายต่อการพัฒนาประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์แบบ RISC จึงทำงานได้เร็ว ซึ่งต่อมาบริษัทซันไมโครซิสเต็มก็นำมาใช้เป็นซีพียูหลักในเครื่อง SPARC และมันจะพบได้ในเครื่องระดับเวิร์คสเตชันขึ้นไป
โครงสร้างและสถาปัตยกรรมจะประกอบด้วยส่วนต่างๆ
หน่วยประมวลผลทางคณิตศาสตร์และตรรกะ ซีพียูจะใช้หน่วย ALU ในการคำนวณหรือประมวลหรือ ผลข้อมูล/ ชุดคำสั่ง ส่วนคำนวณทำหน้าที่หลักๆ สองประการคือ ประการแรกทำการบวก ลบ คูณ และหาร ซึ่งนอกจากหน่วย ALUจะทำหน้าที่เป็นเครื่องคำนวณในการบวก ลบ คูณ หารตัวเลขแล้ว ยังมีความสามารถในเชิงตรรกศาสตร์ อีกด้วย โดยสามารถเปรียบเทียบเงื่อนไขตามกฎเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์ เช่น เปรียบเทียบจำนวน 2 จำนวนตามเงื่อนไข มากกว่า น้อยกว่า เท่ากัน หรือไม่เท่ากับ เพื่อให้ได้คำตอบออกมาว่าเงื่อนไขนั้นเป็นจริง T หรือเท็จ F เป็นต้น ซึ่งรูปแบบของการคำนวณทางคณิตศาสตร์และตรรกะ จะอยู่ในรูปของเลขฐานสองหรือข้อมูลแบบไบนารี่ สามารถทำการบวกเพื่อรวมข้อมูลของรีจีสเตอร์ 2 ตัวเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีวงจรสำหรับทำการลบได้โดยตรงอีกด้วย
หน่วยควบคุมหรือวงจรควบคุม ในการประมวลผลข้อมูล ซีพียูจะต้องมีหน่วยควบคุมเพื่อที่จะบอกให้ซีพียูรู้ว่าจะแปลคำสั่ง Decode และปฏิบัติการตามคำสั่ง Execute ของโปรแกรมอย่างไร และยังต้องควบคุมการทำงานของส่วนต่างๆ ในระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นควบคุมและจัดสรรสัญญาณนาฬิกาส่งออกไปให้ส่วนต่างๆอ้างอิงในการ ทำงาน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เช่น การควบคุมลำดับขั้นตอนการประมวลผล การประสานงานระหว่างหน่วยประมวลผล กลางกับหน่วยความจำ
เส้นทางเดินข้อมูลหรือสัญญาณ (bus) ในการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องมีระบบบัสซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งข้อมูล และสัญญาณต่างๆ เพื่อให้อุปกรณ์ภายในคอมพิวเตอร์สามารถติดต่อสื่อสาร และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้นั่นเอง ก็จะคล้ายกับเส้นเลือกในร่างกายของมนุษย์
บัสที่เชื่อมระหว่างอุปกรณ์ต่างๆเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารนั้น จะมีการตั้งชื่อเอาไว้ด้วย โดยเรียกตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ไม่ต่างกับการเรียกชื่อถนนในที่ต่างๆทำให้ทราบตรงกันว่ากำลังพูดถึงเส้นทาง หรือถนนไหนนั่นเอง แต่โดยหลักๆแล้วมีอยู่ 3 ประเภทได้แก่ Address bus, Data bus, Control bus
ความเร็วซีพียู ความเร็วของซีพียูจะขึ้นอยู่กับตัวให้จังหวะการทำงาน หรือวงจรกำเนิดสสัญญาณนาฬิกา ทำหน้าที่จ่ายสัญญาณให้กับส่วนต่างๆ เพื่อให้แต่ละส่วนมีการทำงานที่เป็นจังหวะ ซึ่งจะทำให้ทุกส่วนมีการทำงานที่สัมพันธ์กัน นอกจากนั้นยังแสดงถึงความเร็วในการประมวลผลอีกด้วย เราสามารถเปรียบจังหวะของสัญญาณ นาฬิกาได้กับจังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์ โดยเรียกสัญญาณนาฬิกานี้ว่า “Clock” ซึ่ง สัญญาณนาฬิกานี้ก็คือความถี่ในการส่งสัญญาณของแหล่งกำเนิดไปยังส่วนต่างๆซึ่งมีหน่วยวัดเป็นจำนวน รอบต่อวินาทีที่เราเรียกกันว่า “เฮิรตซ์” (Hz) นั่นเอง โดยความเร็วซีพียูจะมีหน่วยเป็นเมกะเฮิรตซ์ (MHz – ระดับล้านครั้งต่อวินาที) แต่ในปัจจุบันนี้ซีพียูมีความเร็วขยับขึ้นสูงถึงระดับ กิกะเฮิรตซ์ (GHz – ระดับ พันล้านรอบต่อวินาที) ถ้าซีพียูตัวใดมีความถี่ของสัญญาณนาฬิกาสูง ก็แสดงว่าซีพียูตัวนั้นสามารถประมวลผลได้ที่ความเร็วสูง
บริษัทผู้ผลิตซีพียูหลักๆ
บริษัท อินเทล Intel (Intel Corporation) เป็นบริษัทผู้ผลิตซีพียูที่เก่าแก่ที่สุดและก็เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีการผลิตซีพียูที่ได้รับความนิยมมากเป็น อันดับหนึ่ง เนื่องจากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยาวนานที่สุด เริ่มตั้งแต่รุ่น 8088, 8086, 80386, Pentium, MMX, Pentium Pro, Pentium II, Celeron, Pentium III, และล่าสุด Pentium 4 อินเทลมีเว็บไซต์ชื่อ intel.com สำหรับ ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของอินเทล รวมถึงการแก้ปัญหาต่างๆเพื่อเป็นการสนับสนุนทางด้านข้อมูล และบริการสำหรับลูกค้าทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีลิงค์เชื่อมไปยังประเทศต่างๆรวมถึงประเทศไทยด้วย
บริษัท เอเอ็มดี AMD : Advanced Micro Devices, inc. เป็น บริษัทคู่แข่งที่สำคัญของอินเทล ปัจจุบันซีพียูจากค่ายเอเอ็มดีมีประสิทธิภาพสูงมากจนเป็นที่ยอมรับของตลาดใน ประเทศไทยแล้วและกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซีพียูจากเอเอ็มดี เช่น K5, K6, K6-2 , K6-III, K7 Atholon และซีพียูรุ่นล่าสุดคือ Athlon XP มีเว็บไซต์ชื่อ Amd.com สำหรับ ให้ข้อมูลข่าวสารมากมาย รวมถึงการแก้ปัญหาต่างๆเพื่อประโยชน์สำหรับลูกค้าทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ที่เป็นภาษาต่างๆรวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งได้แก่เว็บ amd.com.sg/th/
บริษัท เวียร์ (VIA : VIA Technologies, Inc.) ได้ซื้อกิจการมาจากบริษัท Cyrix ผู้ผลิตซีพียูยี่ห้อ Cyrix และบริษัท IDT ผู้ซีพียูยี่ห้อ Winchip แล้ว ทำการพัฒนาต่อแต่ปัจจุบันยังได้รับความนิยมน้อยอยู่เมื่อเทียบกับซีพียูจาก อินเทลและเอเอ็มดี แต่ก็เป็นซีพียูที่มีราคาถูกและมีคุณภาพใช้ได้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการซีพียูราคาถูก ซีพียูจากเวียร์รุ่นล่าสุดก็คือ M III และ VIA Cyrix III นั้นเอง
ชุดคำสั่งสำหรับงานมัลติมีเดีย เป็น ชุดคำสั่งพิเศษที่จะช่วยให้ซีพียูสามารถประมวลข้อมูลได้เร็วขึ้น เป็นชุดคำสั่งที่เตรียมมาเพื่อใช้กับโปรแกรมด้านมัลติมีเดียโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีอยู่ 5 เทคโนลยี
Intel MMX: Multimedia Extention ถูกนำมาใช้ในซีพียูตระกูลเพนเทียมของอินเทลที่เรียกกันว่า “Pentium MMX” ที่พัฒนาต่อจากเพนเทียมธรรมดา มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความสามารถในการประมวลผลด้วยมิลติมีเดียให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Intell SSE เทคโนโลยี SSE นี้เป็นชุดคำสั่งที่อินเทลพัฒนาต่อจากเทคโนโลยีชุดคำสั่ง MMX โดยเพิ่มชุดคำสั่งใหม่เข้าไป ที่ใช้ช่วยในการประมวลผลมัลติมีเดีย การคำนวณการสร้างภาพ 3 มิติ
Intel SSE2 เป็นชุดคำสั่งที่นำมาใช้กับซีพียูเพนเทียมโฟร์ พัฒนาต่อจากเทคโนโลยีชุดคำสั่ง SSE เพิ่มประสิทธิภาพอัตราการคำนวณสำหรับ SIMD Integer เป็น 2 เท่า ช่วยเร็วประสิทธิภาพในการคำนวณทางด้านบัญชี ด้านวิศวกรรม
AMD 3DNow! 3DNow! เป็นเทคโนโลยีชุดคำสั่งจากเอเอ็มดี เริ่มใช้ในซีพียูรุ่น K6-II และ K6-III เทคโนโลยี 3DNow! ใช้เทคนิคการทำงานแบบ SIMD เช่นเดี่ยวกับเทคโนโลยี SSE รวมถึงได้แก้ปัญหาคอขวด ของ 3D Graphice ระหว่าง CPU และ 2D/3D Graphic Card ด้วย เพื่อเพิ่มความสวยงามและความสมจริงมากขึ้น
AMD Enhance 3DNow! เป็นชุดคำสั่งที่ทางเอเอ็มดีได้ทำการพัฒนาต่อจากชุดคำสั่ง 3DNow! ช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการเร่งความเร็วในการเคลื่อนย้ายข้อมูล ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับงานกราฟิกที่มีรายละเอียดสูง เริ่มใช้กับซีพียูจากเอเอ็มดีในรุ่นแอธลอนเป็นรุ่นแรก และจะใช้กับซีพียูต่อๆ ไปของเอเอ็มดี
มาเริ่มลงรายละเอียดกันเลยดีกว่า* ซีพียู (CPU:Central Processing Unit) คือ หน่วยประมวลผลกลาง นับเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในเครื่องคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่คำนวณ และประมวลผลคำสั่งข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้ใช้ สั่งผ่านโปรแกรม ต่าง ๆ ที่ เป็นโปรแกรมประยุกต์ ซีพียูนั้นจะต้องรับภาระในการควบคุมการ ทำงานของส่วนต่าง ๆ ของ เครื่องคอมพิวเตอร์ เช่นแป้นพิมพ์ เมาส์ จอภาพ เครื่องพิมพ์แสกนเนอร์ให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง
หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ของ AMD และ intel
ซีพียู ของแต่ละบริษัทและแต่ละรุ่นจะมีรูปร่าง ลักษณะโครงสร้างและจำนวนขาไม่เหมือนกัน จากความแตกต่างกัน นี้เอง ซีพียูแต่ละตัวจึงใช้เมนบอร์ดไม่เหมือนกัน ซึ่งในปัจจุบันนี้ซีพียู สำหรับเครื่องพีซี แบบตั้งโต๊ะทั่วไป แบ่งได้เป็น 2 แบบใหญ่ๆ
ซีพียู แบบ Cartridge
ซีพียูแบบนี้รูปร่างเป็นตลับแบนๆ ห่อหุ้มด้วยกล่องพลาสติกสี่เหลี่ยมด้านล่างจะเป็นแผงขาสัญญาณของซีพียู สำหรับ เสียบลงในช่องแบบ สล๊อต (Slot) โดยซีพียูแบบ Cartridge ยังแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีก 3 แบบ ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท ผู้ผลิตและรุ่นซึ่งใช้เสียบแทนกันไม่ได้ ซีพียูแบบนี้มีชื่อเรียกกันโดยทั่วไปว่าแบบ SECC (Single Edde Connector Cartridge)
Slot 1 พัฒนาโดย Intel ใช้กับซีพียู Pentium II ,III และ Celeron (รุ่นเก่า) จำนวนขาสัญญาณ 242 ขา(2 แถว)
Slot 2 ของ Intel เช่นกัน ใช้กับ Pentium II Xeon และ Pentium III Xeon มี 330 ขา (2 แถว)
Slot A พัฒนาโดย AMD สำหรับใช้กับซีพียู Athlon (รุ่นเก่า) มีขาสัญญาณ 212 ขา เหมือนกับซีพีย แบบ Slot 1
PIII Slot 1 และ Celeron 266 Slot 1
ซีพียู แบบ PGA ซีพียูแบบนี้รูปร่างเป็นชิปแบนๆ มีขาจำนวนมากอยู่ใต้ตัวซีพียู สำหรับเสียบลงในช็อคเก็ตจึงเรียก ว่า PGA และสามารถ แบ่งออกเป็นแบบย่อยๆ ได้อีก 3 แบบ เช่นกัน ซึ่งใช้เสียบแทนกันไม่ได้ มีดังนี้
Socket 7 ใช้กับซีพียูรุ่นเก่า เช่น Pentium MMX , AMD K5, K6 มีจำนวนขาสัญญาณ 321 ขา
Socket 370 พัฒนาโดย Intel ใช้กับ Pentium III, Celeron (รุ่นใหม่) และ Cyrix III มีขาสัญญาณ 370 ขา
Socket A พัฒนาโดย AMD เพื่อให้กับซีพียูของตนเอง ใน Athlon รุ่นใหม่และ Duron มีขาสัญญาณ 462 ขา
การติดตั้งซีพียูแบบ Socket ซ็อกเก็ตสำหรับซีพียูปัจจจุบัน จะมีก้านล็อกที่สามารถปลดล็อกได้อย่างง่าย ๆ ก้านล็อกนี้จะอยู่ด้านข้างของซ็อกเก็ต
ส่วน วิธีการใส่ก็ไม่ยากเย็นเช่นเดียวกันเพียงแต่คุณจะต้อง หันด้านของซีพียูให้ถูกต้องเท่านั้น โดยดูจากมุมของซีพียูที่จะมีอยู่มุมหนึ่งที่ไม่เป็นมุมฉากให้หันด้านที่ไม่เป็นมุมฉากนี้ไปทางเดียวกับ ด้านที่ไม่ใช่มุมฉากบนซ็อกเก็ต จากนั้นค่อย ๆ วาง ซีพียู ลงไปบนซ็อกเก็ต กดก้านล็อกซีพียูลงไปให้แน่น เพียงแค่กดก้านนี้ลงไปดันออกมาด้านข้างแล้วก็ยกขึ้นมาเท่านั้น
ในการติดตั้ง CPU นั้น ให้ทำอย่างระมัดระวังมากขึ้น แล้วค่อยๆ วาง CPU ลงไปให้ลงตามช่อง โดยให้แน่ใจว่า ตำแหน่งของ ขา CPU ขาที่ 1 ตรงกันกับ ช่องขาที่ 1 ที่อยู่บนช่องเสียบ CPU ถ้าหากใส่ถูกต้อง มันจะลงล็อกอย่างพอดี แต่หากไม่ถูก มันจะไม่ลงตำแหน่ง และอย่าไปฝืนกดมัน เพราะอาจทำให้ขา CPU หักได้ แต่ให ลองเปลี่ยนตำแหน่งดู เพราะเป็นไปได้ว่า ขาเสียงที่ 1 ไม่ตรงตำแหน่งกันก็ได้ (รูป A)
เมื่อ คุณติดตั้ง CPU เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ตามด้วย การติดตั้ง Heat Sink และพัดลมระบายความร้อน ให้กับ CPU เพื่อป้องกัน ปัญหา CPU ไหม้ โดยดูวิธีการติดตั้ง จากคู่มือที่ให้มา และหากเป็น การติดตั้งพัดลม คุณจำเป็น ต้องต่อสายไฟ เข้ากับตัวพัดลมด้วย โดยต่อสายไฟ เข้ากับเมนบอร์ด ( ตามรูป B ) โดยให้คุณดูคู่มือจากเมนบอร์ด เพื่อดูว่าจะเชื่อมต่อสายไฟเข้าที่ใด
การติดตั้งซีพียูแบบ Slot เมนบอร์ดแบบ Slot ในรุ่นแรก เมื่อติดตั้งซีพียู จะต้องประกอบขาสล็อตที่ยึกซีพียูเข้ากับเมนบอร์ดเอง เพราะไม่ได้ ทำเป็นขาพับได้เหมือนในปัจจุบัน ซึ่งทำเป็นขายึดสล็อตแบบพับได้ จึงทำให้ติดตั้งซีพียูเข้ากับสล็อตได้ง่าย ขึ้นโดยเพียงแต่ ง้างขายึดสล็อตออกมาให้สุด และสอดซีพียูเข้าไประหว่างขายึดสล็อตทั้งสองข้าง โดยให้สังเกตรอยบากบนขาซีพียู และคันล็อคบนร่องสล็อตให้ตรงกันด้วย และให้กดลงไปให้แน่นจนมีเสียงดัง "คลิ๊ก" แสดงว่าเข้าล็อคดีแล้ว
หลังจากติดตั้งซีพียูเรียบร้อยแล้วจะต้องต่อสายจ่ายไฟเลี้ยงให้กับพัดลมซีพียู เข้ากับเมนบอร์ดด้วย เพื่อระบายความร้อนให้กับซีพียู
เมนบอร์ดที่มี slot และ cpu แบบ lsot
ซีพียูค่าย Intel จากอดีตจนถึงปัจจุบันซีพียูค่ายนี้มักจะมีเทคโนโลยีการผลิตและความเร็วเหนือ ซีพียูจากค่ายอื่นๆโดยซีพียูตระกูลแรกที่ ใช้หมายเลขแสดงรุ่นมักจะถูกซีพียูจากค่ายอื่นเลียนแบบ โดยใช้คำว่า PR (Pentium Rate) ตามด้วยความเร็วซีพียูเป็น MHzเนื่องจากกฏหมายลิขสิทธิ์ไม่คลอบคลุมถึงตัวเลขดังนั้นในรุ่นต่อมาอินเทล จึงเปลี่ยนไปเรียกชื่อแทนการใช้ เลขมีดัง นี้Pentium , Pentium MMX , Pentium Pro , Pentium III , Celeron , Pentium II , Pentium 4
ซีพียูค่าย AMD AMD เป็นผู้ผลิตซีพียูเพียงรายเดียวของโลกที่สามารถผลิตซีพียู แข่งกับ อินเทล ได้ใกล้เคียงกันซึ่ง อินเทล มักเป็น ผู้นำทางด้านความเร็วและประสิทธิภาพ ส่วน AMD เน้นในเรื่องราคาที่ถูกกว่าในประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกัน จึงทำให้ผู้ ใช้ เริ่มหันมาซื้อซีพียูของ AMD กันมากขึ้นโดยซีพียูรุ่นแรกๆ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ AMD คือรุ่น K5, K6 ส่วนรุ่น K7 หรือ Athlon นั้นเป็นรุ่นแรกที่ AMD สามารถผลิตให้มีความเร็วและประสิทธิภาพเหนือกว่า Intel
พัดลม CPU ในซีพียูรุ่นแรกๆ ยังมีความถี่สัญญาณนาฬิกาไม่สูงมากนัก จึงใช้ระบายความร้อนด้วยอากาศปกติ ต่อมาจึงเริ่มมีแผ่น ระบายความร้อนซึ่งออกแบบมาเป็นรูปครีบในลักษษณะต่างๆ ซึ่งเรียกว่า Heat Sink ในซีพียูบางรุ่นจะมีการรวมเอาพัดลม ระบาย ความร้อนไว้ในตัวเป็นแบบ Package
เมื่อซีพียูมีความเร็วสูงขึ้นเรื่อย (ปัจจุบันเกิน 2 GHz ) การระบายความร้อนด้วยพัดลมธรรมดาเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถใช้ได้ จึงมีการออกแบบแผ่นระบายความร้อนประกอบพัดลมด้วยวัสดุระบายความร้อนอย่างดี เช่น ทองแดง และรูปทรงที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพระบายความร้อนได้ดีที่สุด และได้พัฒนาสารที่นำความร้อน จากซีพียู ไปยัง แผ่นระบายความร้อนขึ้นมาใช้เรียกว่า Thermal grease หรือ Silicone grease สำหรับใช้ ทาบนด้าน หลังซีพียู เพื่อให้ความร้อนระบายออกจากตัวซีพียูได้ดีและเร็วขึ้น สารดังกล่าวเรียกว่า ซิลิโคน ขายในราคาตลับละ ประมาณ 20 บาท
นอกจากที่พัดลมได้รับการออกแบบอย่างดี หรือ แผ่นระบายความร้อนขนาดใหญ่แล้วพัดลมที่มีความเร็วสูง จะระบาย ความร้อนได้เร็วกว่าพัดลมที่มีความเร็วต่ำกว่า แต่สิ่งที่จะเกิดตามมาก็คือพัดลมที่มีความเร็วสูง เสียงจะดังกว่าพัดลม ความ เร็ว ต่ำดังนั้นพัดลมที่มีคุณภาพดีจะใช้ตลับลูกปืนสำหรับหมุนแกนพัดลมแบบ Ball Baring ซึ่งจะทำให้พัดลม ไม่มีเสียง ดังมาก เมื่อหมุนด้วยความเร็วรอบสูงเป็นข้อพิจารณาในการเลือกซื้อ แต่พัดลม ประเภทนี้ มักมีราคาสูงกว่าพัดลม แบบ ธรรมดา