27 มีนาคม 2542 เวลา 10:05 น
AOL เปลี่ยนใจ อาจลดพนักงานเน็ตสเคปลงเพียง 500 คน เท่านั้น เนื่องจาก AOL ตัดสินใจที่จะปรับผังองค์กรอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจัดการเรื่องการควบธุรกิจให้เรียบร้อย
บริษัท อเมริกาออนไลน์ (AOL) ประกาศว่า จะปรับองค์กรอีกครั้งเพื่อให้การควบกิจการบริษัท เน็ตสเคป คอมมูนิเกชัน ให้เรียบร้อย ซึ่งอาจจะส่งผลให้มีการลดพนักงานลงถึง 1,000 คน เจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 บริษัท กล่าวว่า จะลดพนักงานแต่ละบริษัทลงประมาณ 350-500 คน
หน้าที่ส่วนหนึ่งที่จะหายไปจากบริษัทก็คือ ส่วนของงานที่มีการทำงานร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งพนักงานส่วนหนึ่งจะถูกลดลงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ตามแผนการปรับโครงสร้างครั้งนี้
สำหรับบริษัท AOL จะประกอบด้วย 4 แผนกด้วยกันคือ การบริการด้านอินเทอร์แอ็กทีฟ (interactive services) สินทรัพย์ด้านอินเทอร์แอ็กทีฟ (interactive properties) ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรของเน็ตสเคป (Netscape enterprise software) และ AOL อินเตอร์เนชั่นแนล (AOL international)
“แทนที่จะเป็นการปรับองค์กรเฉพาะทางด้านเน็ตสเคปเท่านั้น AOL กลับปรับองค์กรทั้งหมดเลย” นาย Mike Homer ผู้ที่จะเป็นหัวหอกในพอร์ทัล Netcenter ภายใต้การนำของ AOL เสริมอีกว่า “จะไม่มีการเลย์ออฟในงานประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ เพราะการตัดสินใจส่วนใหญ่ทำโดยการตัดสินใจแบบกลุ่มต่อกลุ่ม และการตัดสินครั้งสุดท้ายสำหรับลูกจ้างของบริษัทเน็ตสเคปทั้งหมดจะมีเร็ว ๆ นี้
“เราต้องการปรับองค์กรทั้งหมดให้รวดเร็ว และจะต้องรู้จักลูกจ้างทั้งหมดภายใน 2 อาทิตย์เป็นอย่างน้อย” เขากล่าว นาย Barry Schuler และ นาย Bob Pittman กล่าวและได้แสดงแนวทางดำเนินงานใหม่ของบริษัทในช่วงประชุมว่า “ทางด้านพนักงานเน็ตสเคปจะได้รับผลกระทบจากการควบกิจการในครั้งนี้คือ ผลกระทบในเรื่องของการปรับองค์ ซึ่งรวมไปจนถึงการลดพนักงานด้วย นอกจากนี้ นาย Jim Barksdale ของเน็ตสเคป ก็กำลังจะลาออก และผู้บริหารของ AOL รายอื่น ๆ ด้วย”
ระหว่างการประชุมควบกิจการของทั้งสองบริษัทนั้น ที่ประชุมจะได้รับการรักษาความปลอดภัยเป็นสูง โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีแดง จะคอยเดินตรวจไปรอบ ๆ ทั่วพื้นที่ และไม่ยินยอมให้ผู้ที่ไม่มีเครื่องหมายแสดงตนว่า เป็นพนักงานของเน็ตสเคปเข้าไปบริเวณนั้นอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ทางเข้ายังมีเครื่องตรวจเครื่องหมายบริษัทอีกชั้นหนึ่งด้วย ใครก็ตามที่เดินเล่นแถวบริเวณนั้นจะถูกขอร้องให้ไปจากพื้นที่ และเจ้าหน้าที่จะคอยประกบคนภายนอกจนกระทั่งถึงรถของพวกเขา และจับตาดูพวกเขาไปจากแคมปัส พร้อมกับจดยี่ห้อและรุ่นรถเอาไว้
สำหรับการซื้อเน็ตสเคปของ AOL นั้น ได้มีผลอย่างเป็นทางการอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่ผู้ถือหุ้นในบริษัทเน็ตสเคปได้อนุมัติข้อตกลง ซึ่งมีมูลค่า 10.2 พันล้านดอลลาร์
ทางด้าน บริษัทซัน ไมโครซิสเต็มส์ มีบทบาทสำคัญในการควบกิจการครั้งนี้ไม่แพ้กัน เนื่องจาก ซันมีส่วนช่วยในการพัฒนา และขายผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรของเน็ตสเคปในอนาคต
AOL ได้เปิดเผยว่า การดำเนินการของเน็ตสเคปทั้งหมด (ธุรกิจองค์กร กรุ๊ปแวร์ และทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านบราวเซอร์และพอร์ทัล Netcenter) จะยังคงอยู่ในเมืองเมาท์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งในระหว่างนี้บริษัทมีแผนที่จะออกบราวเซอร์ เวอร์ชัน 5 ตามที่วางแผนไว้ด้วย โดยกำหนดออกในปลายปีนี้ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะทำเพื่อโปรโมทเทคโนโลยีบราวเซอร์ของตนในการใช้กับอุ ปกรณ์อินเทอร์เน็ต “Next Genteration” ที่ไม่ใช่เครื่องพีซีด้วย
AOL ยังได้กล่าวว่า จะไม่ใช้ Navigator เป็น Default Browser กับซอฟต์แวร์ด้านไคลเอ็นต์ของตนที่จะจำหน่ายให้กับสมาชิกออนไลน์ของตนมากก ว่า 16 ล้านราย เพราะข้อตกลงด้านไลเซนส์กับบริษัทไมโครซอฟท์ ที่จะใช้บริการของ AOL เพื่อโปรโมท วินโดวส์เดสก์ทอปของตน
“AOL ยังคงจะใช้ Internet Explorer เป็น default browser เพราะเชื่อว่ามีความสำคัญที่จะควบคู่ไปกับวินโดวส์” โฆษก AOL นาย Jim Whitnery กล่าวพร้อมกล่าวเสริมว่า ข้อตกลงด้านไลเซนส์ของ AOL กับไมโครซอฟท์มีระยะวลาหลายปี แต่อย่างไรก็ตาม จะมีการเสนอ Navigator เป็นตัวเลือกให้กับผู้ใช้ที่ต้องการด้วยเช่นกัน
สำหรับงานชิ้นแรกที่ซันและ AOL ได้ร่วมกันทำคือ การแต่งตั้งนาย Mark Tolliver เป็นประธาน พันธมิตรพัฒนาผลิตภัณฑ์ และด้วยการใช้ซอร์สโค้ดของเน็ตสเคป ซัน และ AOL บริษัทจะให้บริการโซลูชันด้านอีคอมเมิร์ช ซอฟต์แวร์ และการบริการด้านการปรึกษา โดยจะเริ่มออกเวอร์ชันสำหรับระบบยูนิกซ์ โซลาริสของซันก่อน แม้ว่าวินโดวส์ เอ็นที จะเป็นแพลตฟอร์มที่กำลังมีการนิยมมากก็ตาม
นาย Tolliver ก่อนหน้านี้เคยเป็นหัวหน้าแผนกลูกค้า และ Embedded ของบริษัทซัน และนาย Barry Ariko ที่เป็นอดีตซีโอโอของเน็ตสเคป ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองประธานฝ่ายบริหาร และรองประธานอาวุโสอื่น ๆ ประกอบด้วยนาย Steve Savignano ที่เคยเป็นผู้จัดการทั่วไปแผนกผลิตภัณฑ์แอพพลิเคฃั่นด้านอีคอมเมิรซ์ของเน็ต สเคป และนาย Stuart Wells ที่เป็นรองประธานฝ่ายกลุ่มซอฟต์แวร์เครือข่ายของซันมาก่อน
แต่ยังไม่ชัดเจนว่าบริษัททั้ง 3 คน จะเริ่มขายผลิตภัณฑ์ของตนเมือ่ไหร่ แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า ซอฟต์แวร์ของเน็ตสเคป อาจจะสู้ราคาของซันไม่ได้จนกว่าจะถึงเดือนกรกฎาคม ซึ่งแผนการของซันก็คือ ขายผลิตภัณฑ์แต่ละรายของตน และสร้างแนวทางให้กับลูกค้าย้ายไปใช้สถาปัตยกรรมอีคอมเมิรซ์
นอกจากนี้ บริษัททั้ง 3 ยังหาวิธีการที่จะผสมผสานวัฒนธรรมบริษัทของพวกตนรวมไว้ด้วยกันด้วย
แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า “ซันไม่เคยประสบความสำเร็จในการขายซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร และเน็ตสเคปเองก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน เพราะเขาขาดทรัพยากร ถ้าพวกเราสามารถทำได้ เราก็จะสามารถมีชื่อเสียงได้ แต่ถ้าพวกเรายังใช้องค์กร 2 แห่ง ที่มีปัญหา และไม่พยายามปรับให้เข้าหากันการตกลงนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น” และเสริมว่าขณะที่ AOL กำลังปรับปรุงองค์กรให้เข้ม และซันจะพยายามรับคนงานเน็ตสเคปที่โดนเลย์ออฟ