I.B.M ชี้ อินเทอร์เน็ต เพื่อสุขภาพ มาแรงไอบีเอ็ม เผยอิทธิพลเทคโนฯช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับประชากรทั่วโลก ชี้ภายใน5ปีเห็น "
อินเทอร์เน็ตเพื่อสุขภาพ" มีบทบาทด้านสาธารณสุขมากขึ้น
บริษัท ไอบีเอ็ม รายงานแนวโน้มนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงเมืองทั่วโลกใน 5 ปีข้างหน้าว่า เทคโนโลยีจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในเมืองต่างๆ แข็งแรงขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นอนาคตอันใกล้จะเห็น “อินเทอร์เน็ตเพื่อสุขภาพ” เกิดขึ้น ซึ่งระบบดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่อยู่ในเวชระเบียน อิเล็กทรอนิกส์ นำไปถูกใช้งานร่วมกันอย่างปลอดภัย เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาด และเอื้อประโยชน์ให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ประชากรจำนวนมากที่ย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมืองใหญ่ มีผลทำให้เมืองเหล่านี้กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคไปพร้อมๆ กัน อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีจะมีบทบาทมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถพยากรณ์ได้ว่าจะเกิดโรคระบาดขึ้น เมื่อใด ที่ใด อย่างไร และมีพื้นที่ใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบหลังจากเกิดโรคระบาดนั้นๆ ขึ้น
นอกจากนั้นแล้ว นักวิทยาศาสตร์จะสามารถพัฒนาเครื่องมือ ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือโรงพยาบาล สถานศึกษา และหน่วยงานต่างๆ สามารถปรับปรุงการตรวจสอบ ติดตาม หรือเพิ่มมาตรการเตรียมพร้อมรับมือ และป้องกันโรคติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็น ไวรัส H1N1 หรือโรคระบาดอื่นๆ เป็นต้น
ขณะที่ มีข้อมูลระบุว่า แต่ละปีมีประชากรราว 60 ล้านคน หรือกว่า 1 ล้านคนในแต่ละสัปดาห์ที่ย้ายถิ่นฐานจากชนบทเข้าสู่เมืองใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา มีการประเมินกันว่าประชากรส่วนใหญ่ของโลกอาศัยอยู่ในเขตเมืองมากกว่าชนบท ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญครั้งหนึ่งในประวัติ ศาสตร์โลก
ที่ผ่านมา ไอบีเอ็ม ได้ทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ หลายแห่งทั่วโลก เช่น โครงการริเริ่มด้านสุขภาพและความปลอดภัยของโลก (Global Health and Security Initiative) ของ Nuclear Threat Initiative (NTI) และกลุ่มความร่วมมือแห่งตะวันออกกลางเพื่อการเฝ้าระวังโรคติดต่อ โดยช่วยพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งจะเป็นมาตรฐานเพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูล สุขภาพ และการวิเคราะห์การระบาดของโรคติดต่อ เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณชนในอนาคต
ขณะเดียวกัน จากรายงานประจำปี “Next 5 in 5” ฉบับที่ 4 ของไอบีเอ็ม ยังได้คาดการณ์แนวโน้มด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอื่นๆ ซึ่งจะมีผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกช่วง 5-10 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย อาคาร ‘อัจฉริยะ’ จะสามารถรับรู้และตอบสนองมนุษย์ได้เหมือนสิ่งมีชีวิต, รถยนต์และรถประจำทางจะไม่ใช้น้ำมันและก๊าซอีกต่อไป, ระบบอัจฉริยะจะทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำและช่วยประหยัดพลังงานในเมืองใหญ่, เมืองต่างๆ จะตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที แม้กระทั่งก่อนที่จะได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุ
ที่มา
bangkokbiznews