31 มีนาคม 2542 เวลา 15:27 น.
อุตสาหกรรมไอทีจะได้อะไร เมื่อไมโครซอฟท์ตัดสินใจยอมขายซอร์ตโค้ดวินโดวส์ ตามที่อัยการทั้ง 19 รัฐ ยื่นข้อเสนอในวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อยุติคดีความระหว่างไมโครซอฟท์กับกระทรวงยุติธรรม
หลังจากที่ตัวแทนจากอัยการรัฐได้ฟ้องร้องบริษัท ไมโครซอฟท์นั้น คาดว่าในวันพรุ่งนี้ กระทรวงยุติธรรมและไมโครซอฟท์ จะมีการเจรจากัน ซึ่งถือเป็นความพยายามเริ่มต้นก่อนที่คดีความจะสรุปผลในปลายเดือนเมษายนหรือ ต้นพฤษภาคมนี้
ไมโครซอฟท์ แย้มว่า บริษัทเต็มใจที่จะให้สัมปทานแก่ผู้ผลิตโออีเอ็ม, ไอเอสพี และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต คอนเทนต์ แต่ก็ไม่ได้เสนอตัวว่าจะให้ลิขสิทธิ์วินโดวส์อย่างเสรี
แปลงโฉมไมโครซอฟท์ ?
คนในวงการมองว่า ข้อเสนอของอัยการในเรื่องการประมูล เป็นความต้องการที่จะให้บริษัทไมโครซอฟท์ ขายสิทธิ์ในการครอบครองวินโดวส์ให้แก่บริษัทซอฟต์แวร์อื่น ๆ อาจจะเป็นหนึ่งบริษัทหรือมากกว่า เพื่อเป็นการขยายแหล่งให้บรรดาผู้ผลิตโออีเอ็ม ซึ่งจะทำให้บริษัทซอฟต์แวร์และลูกค้า สามารถได้ลิขสิทธิ์หรือซื้อวินโดวส์ในวงกว้างมากขึ้น
ความคิดดังกล่าวถูกเสนอ เพื่อเป็นการบรรเทาความรุนแรงของคดีความ ระหว่างกระทรวงยุติธรรมกับบริษัทไมโครซอฟท์
แต่ผู้สังเกตการณ์อีกรายกล่าวว่า ความคิดของทางการที่ให้มีการประมูล มีนัยมากกว่านั้น ผลอย่างหนึ่งก็คือ การค่อย ๆ เปลี่ยนภาพของไมโครซอฟท์ ไปสู่บริษัทซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ต (open-source software vendor)
สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (SIIA) แนะนำว่า ทางที่เป็นไปได้คือ ไมโครซอฟท์จะถูกเปลี่ยนรูปไปสู่การเป็นบริษัทโอเพ่นซอร์ต ซึ่งลักษณะนี้จะคล้าย ๆ กับบริษัทที่ทำลีนุกซ์ ที่ได้ร่วมกันส่งเสริมช่องทางจำหน่ายลีนุกซ์ด้วย เช่นเดียวกันไมโครซอฟท์และผู้ได้ลิขสิทธิ์ก็จะทำงานร่วมกัน เพื่อส่งเสริมและคงไว้ซึ่งวินโดวส์
อัยการแห่งรัฐแนะว่า การเป็นโอเพ่นซอร์ตเป็นทางเลือกหนึ่งของการประมูลวินโดวส์ ที่ได้ระบุในสมุดปกขาว
ถ้าไมโครซอฟท์ปฏิบัติตนในรูปแบบของการเป็นโอเพ่น ซอร์ต แล้ว เรื่องที่น่ากังวลก็คือการสร้างช่องทางจำหน่ายที่ไม่คอมแพทกับแนวทางของ ไมโครซอฟท์จะมีน้อยลง ตรงกันข้ามถ้าไมโครซอฟท์ให้ลิขสิทธิ์วินโดวส์แก่นิติบุคคล 1 ราย หรือมากกว่า โดยไม่เน้นเรื่องการส่งเสริมสินค้า แต่มุ่งขยายเวอร์ชั่นของซอร์สเบส จะส่งผลให้กลุ่มที่ไม่คอมแพตนั้นเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผู้ผลิตโออีเอ็มรายหนึ่ง แสดงความเห็นระหว่างคดีของกระทรวงยุติธรรมกับไมโครซอฟท์ว่า การที่ไมโครซอฟท์ เป็นผู้ทรงสิทธิ์ซอร์ตโค้ดวินโดวส์แต่เพียงผู้เดียวถือเป็นข้อจำกัด
John Romano ผู้บริหารของฮิวเลตต์-แพคการ์ด กล่าวกับเจ้าหน้าที่ของไมโครซอฟท์ในอีเมล์ว่า "ด้วยการกระทำของคุณในตลาดนี้ ถ้าเรามีทางเลือกซัพพลายเออร์รายอื่นได้ แน่นอนว่าคุณไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับเรา"
ทางด้าน เจ้าหน้าที่บริษัท ไมโครซอฟท์ ได้ออกมายืนยันเสียงแข็งว่า ความจริงแล้วเรามีนโยบายการให้ลิขสิทธิ์ซอร์ตโค้ดของวินโดวส์ที่ค่อนข้างจะ เปิดกว้าง ซึ่งนายใหญ่บิลเกตต์เองก็แย้มว่า บริษัทกำลังพิจารณาว่า จะเปิดเผยองค์ประกอบของซอร์โค้ดวินโดวส์และเอ็นทีหรือไม่และเมื่อไร
ในการให้สัมภาษณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ Ed Muth ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ เปิดเผยว่า ไมโครซอฟท์มีข้อตกลงที่จะมอบลิขสิทธิ์ซอร์ตโค้ด แก่ห้องแลปและมหาวิทยาลัยทางด้านคอมพิวเตอร์ซายน์มากกว่า 50 แห่งทั่วโลก
Muth กล่าวว่า นโยบายการให้ลิขสิทธิ์ซอร์ตโค้ดของไมโครซอฟท์ ก็เหมือนกับการให้ลิขสิทธิ์ที่ปฏิบัติกันอยู่ อย่างเช่นที่บริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ อิงค์ ได้ประกาศเร็ว ๆ นี้ด้วย ซึ่งหมายความว่า ผู้รับลิขสิทธิ์ไม่มีอำนาจที่จะขายซอร์ตโค้ดของไมโครซอฟท์
อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับวินโดวส์ กล่าวว่า ไมโครซอฟท์สร้างข้อจำกัดมากขึ้นในการให้
ลิขสิทธิ์วินโดวส์ เมื่อปีทีผ่านมาที่เกิดคดีความ 2 คดี ระหว่างบริษัท บริสทอล เทคโนโลยี อิงค์กับไมโครซอฟท์ และระหว่างเอทีแอนด์ทีกับไมโครซอฟท์ ทั้ง 2 คดี ล้วนแสดงถึงการให้ลิขสิทธิ์ซอร์ตโค้ด ที่มีข้อจำกัดของไมโครซอฟท์ ทั้งสิ้น
บริษัทไอทีบางรายกล่าวว่า ในสนามของระบบปฏิบัตินั้น สามารถแบ่งเป็นระดับถ้าไมโครซอฟท์ให้ลิขสิทธิ์หรือเผยแพร่ เอพีไอ วิน 32 ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่น โปรแกรมมิ่ง อินเทอร์เฟซของตน มากกว่าการให้วินโดวส์
Richard Stallman ผู้ก่อต้องมูลนิธิซอฟต์แวร์ให้ฟรี เสนอว่าไมโครซอฟท์น่าจะเผยแพร่โพรโตคอลวินโดวส์, ไฟล์ ฟอร์แมต และอินเทอร์เฟซของตน
ไมโครซอฟท์ ยังคงรักษาอินเทอร์เฟซของวินโดวส์ไว้ และเปิดเผยให้แก่สาธารณะ ดังที่นักพัฒนาหลายคนได้มีการสาธิตให้ดูเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า เอพีไอทั้งหมดของวินโดวส์จะจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร
อัยการแห่งรัฐได้แนะว่า เป็นพันธะที่ไมโครซอฟท์จะต้องเปิดเผยซอร์ตโค้ดให้ครบ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการพยายามยุติคดีความด้วย
ที่มา
www.arip.co.th