ผู้เขียน หัวข้อ: สงครามแย่งชิงอำนาจควบคุมภาษาจาวา  (อ่าน 474 ครั้ง)

ออฟไลน์ สอนคอม

  • Administrator
  • เจ้าพ่อ คอมพิวเตอร์
  • *****
  • กระทู้: 765
  • พลังน้ำใจ : 8
    • สอนคอมพิวเตอร์
สงครามแย่งชิงอำนาจควบคุมภาษาจาวา
« เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2009, 02:55:51 AM »

5 เมษายน 2542 เวลา 13:21 น.

ไมโครซอฟท์ เริ่มเปิดสงครามแย่งชิงจาวา เช่นเดียวกับ บริษัทซัน และโนเวล

ในขณะที่บริษัทซันไมโครซิสเต็ม อิงค์ ได้พัฒนาจาวามาอย่างต่อเนื่อง บริษัทไมโครซอฟท์ โนเวล และ อินเทล ต่างผลักดันแผนขัดขวางการควบคุมการพัฒนาจาวาโดยซัน

ไมโครซอฟท์ พยายามค้นคว้าวิจัยบนพื้นฐานความคิดต่างๆ เพื่อที่จะทำให้คุณสมบัติ ข้ามแพลตฟอร์มได้ของจาวาเป็นจริงขึ้นมา โดยการวิจัยของไมโครซอฟท์ กำลังพัฒนา Virtual Machine เรียกว่า CVM ซึ่งอิงกับเทคโนโลยีที่ไมโครซอฟท์มาจากการซื้อบริษัทโคลูซา ซอฟต์แวร์ อิงค์ เมื่อ 2-3 ปีก่อน บริษัทดังกล่าวได้สร้างภาษาที่มีลักษณะเป็นรันไทม์เหมือนกับวิชวลเบสิค แต่ CVM มีคุณสมบัติมากว่านั้นคือ เป็น Virtual Machine ที่สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์ม และเป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาซี วิชวลเบสิค จาวา หรือภาษาอื่น ๆ ก็ได้

ไมโครซอฟท์เคยวางแผนจัดแสดง CVM ในงาน Software Development West ที่ซานฟรานซิสโก เดือนพฤษภาคมนี้ แต่ก็ได้ตัดสินใจยกเลิกไป จากคำกล่าวของโฆษกหญิงของบริษัทอ้างว่าไม่เหมาะกับแนวคิดของงานนี้

ในปีนี้นักพัฒนาอย่างน้อย 1 คนขึ้นไปได้ให้คำแนะนำไว้ว่าไมโครซอฟท์ อาจใช้เทคโนโลยีของโคลูซา เป็นแนวทางพื้นฐานในการสร้าง COOL ซึ่งเป็นภาษาใหม่ของไมโครซอฟท์ และเป็นอีกทางเลือกของผู้ใช้ จาวา โดยที่ COOL จะรวมส่วนประกอบของ C++ และ Component Object Model (COM) ของไมโครซอฟท์เข้าไว้ด้วยกัน

ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าไมโครซอฟท์จะนำ COOL ออกสู่ตลาด หรือไม่ แต่นอกจากวินโดวส์ และเอ็นที บริษัทก็เน้นทูลส์ต่าง ๆ และ มิดเดิลแวร์เช่นกัน จากคำกล่าวของ Charles Stevens รองประธานแผนก Application Developers Customer Stevens กล่าวว่า COOL มีแนวโน้มที่จะถูกพัฒนาให้ใช้ได้บนหลาย ๆ ระบบปฏิบัติการ ภายใต้กฎของแผนกนักพัฒนาที่ตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งนำโดย Paul Maritz

ไมโครซอฟท์ ยังยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉยต่อจาวา และจะสนับสนุนผู้ใช้ Visual J++ ต่อไปโดยไม่คำนึงถึงผลการฟ้องร้องทางกฎหมายระหว่าง ซัน และไมโครซอฟท์ แต่ David Smith รองประธานของการ์ทเนอร์กรุ๊ป กล่าวว่า การเริ่มต้นอย่าง COOL และ CVM เป็นเครื่องชี้ชัดได้ว่า ไมโครซอฟท์กำลังผลักจาวาหลุดจากตลาด อีกทั้งยังเห็นว่าการลงทุนกับจาวาเป็นการทิ้งเงิน

นอกเหนือจากสงครามนี้

ไม่ว่าไมโครซอฟท์จะพยายามใช้อุบายกำจัด หรือสนับสนุนจาวา ก็จะไม่มีผลกระทบอะไรกับสงครามอื่น ๆ ของจาวา

ในเดือนนี้ซันจะเพิ่มความสามารถให้จาวา โดยส่ง HotSpot Java Virtual Machine ซึ่งรอคอยกันมานานออกสู่สาธารณะชน แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับโนเวล ซึ่งกล่าววิจารณ์ว่า ถ้าเป็นขอบเขตเท่านี้ อินเทลยังสามารถทำได้ดีกว่าในการพัฒนาจาวา และโนเวล ยังต้องการให้รวม HotSpot เข้ากับ NetFire ของอินเทล และเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อความเป็นสุดยอดเวอร์ชวลแมชชีนสำหรับเน็ตแวร์ ซึ่งโนเวลได้ประกาศจับมือกับอินเทล เพื่อพัฒนา NetFire และจาวาสำหรับเน็ทแวร์ 5 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

โนเวลยังได้ตกลงกับทางผู้ขายตัวแปรภาษาจาวา คือ Tower Technology และ Instantiations และได้จดสิทธิบัตรให้เทคโนโลยีจาวาบางอย่างซึ่งเป็นของโนเวลเอง ถึงแม้ว่าโนเวลจะไม่ได้ให้รายละเอียดในเรื่องนี้แต่อย่างไรก็ตาม Glen Ricart CTO ของโนเวลกล่าวว่า โครงงานนี้ต้องใคร่ครวญถึงจุดที่ว่าโนเวลจะสร้างสุดยอดจาวาเวอร์ชวลแม็ชชี นได้อย่างไร

ความหวังของโนเวล

ยังไม่แน่ชัดว่าซันจะอนุญาตให้โนเวลดำเนินการโครงงานนั้นหรือไม่ แต่ ทั้งอินเทล ทาวเวอร์และอินสแตนท์ชิเอชัน ต่างมีห้องทดสอบเทคโนโลยี ถึงแม้ว่า Jim Mitchell รองประธานของซันกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ขัดกับ Community Source License ของซันอีกต่อไป และซันเพิ่งพิจารณาแก้ไขสิทธิ์ของจาวาใหม่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และจะลดจำนวนแชร์โค้ดลงหรืออีกนัยหนึ่งคือ โค้ดของซันที่ผู้ได้รับสิทธิห้ามเปลี่ยนแปลงแก้ไข อย่างไรก็ตาม ซันยืนยันจะขาย HotSpot โดยจดสิทธิ์แยกกัน และโนเวลไม่สามารถใช้ส่วนประกอบของ HotSpot โดยไม่เจรจาตกลงกับซันก่อน

จากคำกล่าวของ Mitchell "HotSpot เป็นส่วนเพิ่มความสามารถ แต่ไม่ได้ดีกับทุก ๆ อย่าง คุณไม่สามารถใช้มันได้ในระบบที่เป็นแบบฝัง เพราะว่ามันจะสร้างเนทีฟโค้ดขึ้นมาซึ่งต้องการพื้นที่ในการเก็บ แต่ถ้าโนเวลต้องการจดลิขสิทธิ์บางอย่าง และรวมเข้ากับโค้ดที่พัฒนาขึ้นเอง เราควรจะเจรจากัน เพราะเราต้องการให้มีความแตกต่างกัน โดยก็ไม่ต้องการทำลายข้อดีของจาวา"

ในขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการให้ HotSpot เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Community Source License ถึงแม้ว่า Mitchell จะกล่าวว่า "ซันไม่เคยพูดว่า ไม่มีทาง" และซันจะนำ HotSpot สำหรับ สปาร์ค และ อินเทล ออกสู่ตลาดในปลายเดือนเมษายน พร้อมกับออกเป็นส่วนเพิ่มเติมให้จาวา 2 ทางด้าน HP ได้สิทธิ์ HotSpot เพื่อมาลงใน PA-RISC และยังได้สิทธิ์ทาวเวอร์ด้วยเช่นกัน

ที่มา www.arip.co.th

 

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.07 วินาที กับ 18 คำสั่ง